บทที่ 7 CHAPTER 1 เจ้ากรรมนายเวรรูปแบบใหม่ 7

หลังจากทานจนอิ่มแปล้ฉันก็ต้องกลับไปซ้อมเชียร์ต่อโดยมีพ่อเจ้าประคุณตามติดมาด้วย แทบทุกสายตาจับจ้องมาที่ร่างสูง ซึ่งเดินคู่กับฉันมายังบริเวณนัดซ้อมเชียร์ บางคนเห็นเป็นเรื่องปกติก็ไม่ได้สนใจอะไร บางคนก็ไม่ได้สนใจฉัน แต่สนใจหนุ่มเดือนมหาวิทยาลัยต่างหาก

“อ๊ะๆ ยังงาย... แม่คุณคนสวย…” เจย์ หรืออีกนามหนึ่งคือ เจนี่ เพื่อนสาวสุดหล่อของฉันลากเสียงแซว

“ไม่ยังไงหรอกเจ้ากรรมนายเวรรูปแบบใหม่ไง อ่ะขนม”

ฉันวางถุงเค้กมะพร้าวอ่อนใบเตยบนโต๊ะหิน ทั้งๆ ที่ฉันไล่เขากลับไปแท้ๆ ฉันไม่อยากให้เขามารอซ้อม เพราะกว่าจะเลิกก็คงปาไปเกือบสามทุ่ม ไม่ได้ห่วงว่าเขาจะเบื่อหรือรอนานหรอกนะ แค่ไม่อยากเห็นหน้าเท่านั้นเอง ตัวติดกันทุกวันไม่ติดก็คงเฉพาะเวลาเรียนกับเวลาเข้าห้องน้ำเท่านั้นแหล่ะมั้ง

“อุ๊ตต๊ะ คาวินขา สนใจจะมาเป็นเจ้ากรรมนายเวรเจ้มั้ยคะ”

พี่โบวี่รุ่นพี่ต่างสาขาซึ่งค่อนข้างสนิทกันพูดเสียงแจ๋นออดอ้อนเจ้ากรรมนายเวรของฉันเต็มที่จนฉันอดแขวะไม่ได้

“เสียงเจ้น่าตบมากเถอะ”

ชายหนุ่มแค่อมยิ้มและมองฉันด้วยสายตาเป็นประกาย นี่คงไม่ได้มโนว่าฉันหวงเขาหรอกนะ

“อ้าว อีรษาหล่อนไม่อยากได้เองเจ้ก็จะเอาไง”

“แหมๆ มีหวงด้วย” เจนี่พูดอย่างหมั่นไส้

เจนี่ด่าฉันตลอดว่า ฉันเล่นตัวไม่เข้าเรื่อง ทั้งที่คาวินดีขนาดนี้ตามรับตามส่งคอยดูแลสารพัด แต่ฉันยังบอกว่าเป็นแค่เพื่อน ถ้าเป็นเจนี่คงจะกินหัวกินหางกินกลางตลอดตัวให้เปลี่ยนสถานะไปแล้ว

“ยิปโซกลับแล้วหรอ?” ฉันเบี่ยงประเด็น

“กลับไปเป็นชาติแล้ว” เพื่อนรุ่นเดียวกันตอบ

“เอาล่ะๆ ไปซ้อมกันดีกว่า เบื่อชะนีปากแข็ง”

“ไอ้เจย์!”

“ว้าย เรียกใหม่สิยะหล่อน เจนี่ๆ ไม่ใช่เจย์ มาตั้งแถว” เจนี่ตวาดอย่างหงุดหงิดทุกคนจึงต้องลุกมาตั้งแถวซ้อม

“หรีดพร้อม”

“พร้อม!”

“3 4...”

ทุกคนตั้งใจซ้อมกันอย่างเข้มแข็ง ร่างกายทุกสัดส่วนของหรีดเดอร์ถูกพรีเซ็นต์โดยท่าทางที่แข็งแรงแต่ผู้หญิงจะแฝงไปด้วยความอ่อนหวาน ฉันรับรู้ถึงสายตาของคาวิน เขาไม่ได้สนใจคนอื่นเลย เขามองแค่ฉัน ไม่รู้ทำไมคาวินถึงปฏิเสธหน้าที่หรีดเดอร์ของคณะสัตวแพทย์ แต่ถ้าเขาเป็นหรีดให้คณะคงไม่มีเวลามานั่งอยู่ตรงนี้แน่

ทุกวันของชีวิตดำเนินต่อไปอย่างราบเรียบ กิจกรรมซ้ำๆ เดิมๆ หากเป็นปกติฉันคงเหนื่อย และหมดแรงไปแล้วหากคาวินไม่คอยอำนวยความสะดวก และจัดการธุระบางอย่างให้ฉัน เช่น พาไปทานข้าว ขับรถไปรับ-ส่ง ซื้อของมาเติมตู้เย็นในห้องฉัน รวมไปถึงเอาผ้าไปส่งซักรีด แต่แลกกับที่หลับที่นอนในห้องฉันมันก็เป็นสิ่งที่เขาควรทำแล้ว หรือเรียกแบบบ้านๆ คือ ทำงานแลกที่ซุกหัวนอนยังไงล่ะ

“อุ้ย ขอโทษค่ะ”

ฉันเอ่ยปากขอโทษแทบจะในทันทีที่รู้สึกว่าร่างปะทะกับร่างของใครบางคน เพราะฉันมัวแต่ก้มหน้าก้มตาหาโทรศัพท์ในกระเป๋าอยู่มันจึงเป็นความผิดของฉัน

เมื่อเงยหน้าขึ้นมาก็พบกับใครบางคนที่เหมือนกับว่าฉันลืมเขาไปแล้ว

“...ธี”

“...”

ส่วนธีไม่พูดอะไรเพียงแค่มองฉันด้วยแววตาเรียบเฉย แต่ฉันกลับมองชายหนุ่มด้วยสายตาเจ็บปวด ฉันฝืนยิ้มให้เขาแต่ก่อนที่จะพูดอะไรออกมาเขาก็ชิงตัดบทเสียก่อน

“...ไม่เป็นไรใช่มั้ย งั้นฉันขอตัว” ธีเบือนหน้าหลบสายตาก่อนจะรีบก้าวออกมา

“เดี๋ยว ธี..! รษาขอคุยด้วยหน่อย”

ฝีเท้าชะงักตามเสียงเรียก เปลือกตาคมปิดลง และสูดอากาศเข้าปอดสะกดกันอารมณ์บางอย่างเอาไว้ก่อนที่ร่างสูงค่อยๆ หันมาเผชิญหน้ากับฉัน ...อย่างไรฉันก็เคยเป็นเพื่อนคนหนึ่ง แม้ฉันจะทำเรื่องที่ไม่น่าให้อภัยก็ตาม

“มีอะไร?” ธีถามอย่างเหนื่อยๆ คงอ่อนใจกับผู้หญิงดื้อดึงคนนี้

“ไปคุยกันข้างตึกดีกว่า” ฉันไม่รอให้เขาตกลงแต่เดินนำไปแทน

“มีอะไรรีบพูดเถอะ ฉันรีบไปเรียน”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป